คนที่ใช่..ใครที่ชอบ

posted on 16 Nov 2009 14:56 by bons

เรื่องของความรักบางทีก็ยากที่จะบอกว่า คนไหนคือตัวจริงสำหรับเรา

 แล้วคนที่เราพบเจอกันอยู่ทุกวัน หรือ คนที่อยู่รอบตัวเรา หรือจะเป็นคนที่เราแอบชอบ หรือ เค้าแอบชอบเรา
ใครกันคือตัวจริงของหัวใจ ไม่มีใครบอกได้แม้แต่ใจของตัวเอง

รู้ได้เพียงอย่างเดียวว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่เราหยุด เพื่อพิจารณาใครซักคนอย่างจริงจัง นั่นคือคนที่ใช่สำหรับเรา แต่ไม่ได้หมายความว่าสิ่งเหล่านี้จะคงอยู่ตลอดไป เพียงแค่หยุดเพื่อพิจารณา ให้เราได้มีเวลาค้นหาและเรียนรู้ว่าใช่จริงหรือไม่สำหรับเราแค่นั้น แล้วเมือ่ใดก็ตามที่เราเริ่มรู้สึกว่า นั้นยังไม่ใช่ทั้งหมด เราก็จะเริ่มออกเดินทางเพื่อตามหาคนที่ใช่กว่า และเมือ่พบแล้วเราก็จะ...หยุด... เพื่อพิจารณาคนๆ นั้นเช่นเดียวกัน

แต่ก็ไม่เสมอไปที่คนๆ นั้นจะใช่กว่าคนเดิมที่เรารู้จัก แต่มุมมองของเราจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามเหตุการณ์และสิ่งรอบตัวที่เราได้พบเจอ ซึ่งเป็นเรื่องยากลงไปอีกในเมื่อรุปแบบของคนที่ใช่ ไม่ได้ตายตัวเสมอไป

แต่หากวันนี้ ตัดเรื่องของคนที่ใช่ออกไป จะเห็นว่าคนที่ชอบ..จะมีอยู่รอบตัวเราเต็มไปหมด ความชอบไม่ได้จำกัดรูปแบบที่ตายตัว ชอบก็คือชอบ บางคนเราชอบเพราะหน้าตา บางคนชอบเพราะนิสัย หรือ บางคนชอบเพราะน่ารักดี ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งคนที่เรารู้จัก หรือ เพียงแค่เดินสวนกัน แต่คนที่ชอบไม่จำเป็นว่าต้องเป็นคนที่ใช่ เพราะบางคนเรารู้สึกว่าชอบ แต่ก็ไม่ใช่คนที่เราจะพยุดเพื่อพิจารณาเค้าคนนั้น บางทีเราอาจจะชอบเพราะรู้สึกอบอุ่นที่ได้อยู่ใกล้ หรือ บางทีอาจจะชอบเพราะรู้สึกว่าคุ้นเคยกันมานาน

เพราะแบบนี้ คนที่เราชอบจึงมีอยู่มากมายเต็มไปหมด แต่ก็ดูเหมือนจะง่ายที่จะแยกระหว่างคนที่ใช่...กับใครที่ชอบ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังดูเหมือนความแตกต่างนั้นจะห่างกันแค่เพียงกระดาษกั้นเท่านั้นเองสำหรับบางคน เพราะวันนึงคนที่ชอบที่เราเคยมองข้ามและไม่สนใจจะหยุดพิจารณา บางทีอาจกลับกลายมาเป็นคนที่ใช่ก็ได้ หลังจากผ่านเหตุการณ์ต่างๆ นานา และ มุมมองที่เปลี่ยนไปของผู้ที่เป็นเจ้าของหัวใจ

แต่นั้นก็แสดงให้เห็นว่ายังมีโอกาสบางส่วนสำหรับคนที่กำลังรู้สึกว่าเราเป้นแค่ใครที่ชอบ ยังไม่ได้เป็นคนที่ใช่ และ สำหรับคนที่ใช่เองก็มีโอกาสที่จะกลายเป็นคนที่ไม่ใช่ก็ได้ในซักวันนึง หากไม่รู้จักปรับและเปลี่ยนทัศนคติของตนเอง และ สุดท้ายการเดินทางเพื่อตามหาคนที่ใช่ก็จะเกิดขึ้น เพราะต่างฝ่ายเริ่มรู้สึกว่า นั้น ยังไม่ใช่คนที่ใช่...

มาถึงตอนนี้ ลองมานึกเล่นๆ กันดู ว่าในช่วงชีวิตที่ผ่านมา ใครคือคนที่ใช่... และใครคือคนที่ชอบ เราสามารถแยกคนกลุ่มนี้ได้อย่างชัดเจนจริงหรือไม่ หรือมีใครที่คลุมเคลือระหว่าง คนที่ใช่..ใครที่ชอบ ถ้าเมือ่ไหร่ที่เราสามารถตอบตัวเองได้ เราอาจจะเริ่มเข้าใจหัวใจของตัวเองมากขึ้นอีกหน่อยนึง ให้เวลาคุยกับหัวใจของตัวเองบ้าง แล้วจะเห็นว่าความรักก็ไม่ได้ยากเกินเข้าใจ

ส่วนตัวผมเองจนถึง ณ วันนี้  ผมหยุดเดินเพื่อตามหาคนที่คิดว่าใช่มาเป็นเวลา 7 ปีแล้ว แต่คนที่ชอบนี่เป็นภูเขาเลากาเลยในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ทั้งคนที่ได้รู้จัก คนที่แค่เจอกันบนรถไฟฟ้าแล้วก็ผ่านไป แต่ในความเป็นจริงแล้วผมไม่ได้หยุดเดิน เพียงแต่ผมเดินตามดูการเติบโตและมุมมองที่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลาและเหตุการณ์ต่างๆ ที่คนที่ใช่ได้พบเจอ เหมือนกับเด็กที่ไล่เดินตามดูแมลงที่ตัวเองชอบโดยไม่ได้รบกวนการใช้ชีวิตของเค้า

ปล. รักฟางมากนะครับ

ขอให้ทุกคนที่ความสุขกับการค้นหา คนที่ใช่..ใครที่ชอบ นะครับ  .. ^ ^ ..
และยินดีกับเพื่อนๆ ที่ได้พบกับคนที่ใช่ และแต่งงานไปเรียบร้อยแล้ว ให้มีความสุขมากๆ นะครับ

ถ้ายังจำกันได้เมื่อ entry ก่อนหน้านี้ ผมได้บอกไปแล้วว่าผมอาจจะไม่ได้ย้ายกลับแหลมฉบังซะละ เนื่องจากน้องในแผนกดันจะมาลาออก สาเหตุที่ออกก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร เป็นเรื่องของการปรับเงินเดือน เนื่องจากว่าน้องมันเรียนจบ ป.ตรี แล้ว และ ก็ทำงานมีความรับผิดชอบดี แต่ปัจจุบันได้เงินเดือน 10,000 บาท สตาร์ทเงินเดือนจากวุฒิปวส. แต่ที่ใหม่ได้เพิ่มมาอีก 4,000 ก่อนเปรยบอกว่า

"ผมทำงานต่ออีก 4 ปีจะได้ปรับถึง 4,000 หรือเปล่ายังไม่รู้เลยพี่บอล ปีที่แล้วผมได้เกรด A ผมได้ปรับแค่ 400 บาท"

โห เศร้าวะ ชีวิตมัน ...

เลยเดินถือใบลาไปคุยกะผู้จัดกวนฝ่ายบุคคล บอกน้องเค้าจะขอลาออก .. เชื่อมั๊ย โคตรหลอนเลย ประโยคแรกของผู้จัดกวน

"อืม..ทางเราไม่มีนโยบายปรับเงินเพิ่มให้พนักงานในลักษณะนี้" 
โห หลอนวะ .. เลยเบี่ยงประเด็นบอกว่า "พี่จะเรียกน้องเค้ามาุคุยอะไรหน่อยมั๊ย"
ผู้จัดกวน "ไม่ต้องหรอก เราก็ต้องปล่อยให้เค้าไป เพราะนโยบายเราเป้นมาแบบนี้" (จริงเด่ะ!!! O_o)

สุดท้ายวันนั้นก็เลยได้เอาแค่ใบลาออกของน้องไปให้ผู้จัดกวนเซ็นต์รับทราบ ก่อนส่งต่อให้ MD ต่อไป

.... เรื่องราวผ่านไป ....

วันนี้ เขียนใบขอคนเพื่อขอแทนคนเดิมที่กำลังลาออกไป เสร็จแล้วก็เกิดความสงสัยเรื่องเงินเดือน เลยเข้าไปถามผู้จัดกวนว่าเรามีเรทเงินเดือนของตำแหน่งนี้ที่เท่าไหร่ครับ ผมจะได้ระบุลงไป พี่เค้าบอกว่า "ไม่ได้กำหนดนะ ก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ และ ความสามารถที่มี" 

ถ้าเป็นแบบนี้ เกิดผมรับมาเงินเดือน 14,000 ก็ไม่มีปัญหาสินะ ถ้าทำงานได้
ก็เกิดความสงสัยตามมาอีก แล้วทำไมคนเก่าที่เป็นงานรู้รายละเอียดทุกอย่างดีอยุ่แล้ว ไม่ปรับเพิ่มให้มันไปซะละ มันต่างกันยังไงเนี่ยะ 

กรี๊ดๆๆ หลอนๆ คิดอะไรอยู่นะ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ สงสารก็แต่ตัวเอง ต้องหาคนใหม่ ไม่ได้ย้ายกลับ 

ผิดที่เริ่มฐานเงินเดือนมาน้อย โชคร้ายจริงๆ เป็นอุทาหรณ์สอนใจ เรื่องหลอนๆ จากฝ่ายบุคคล 

ผมมีเรื่องแปลก เกี่ยวกับการพิจารณา หรือ วิจารณญาณของฝ่ายบุคคลที่บริษัท มาให้ฟังกัน เรื่องมันเกิดขึ้นหลังจากที่ผมได้ย้ายมาทำงานที่ระยองแล้ว เป็นเรื่องของฝ่ายบุคคลที่แหลมฉบัง ได้รับการบอกเล่าเรื่องราวผ่านทางน้องที่ทำงานแผนกเดียวกัน เมื่อครั้งอยู่ที่แหลมฉบัง

 แพร่งที่ 1 : แม่บ้าน
เรื่องมันเกิดขึ้นจาก แม่บ้านที่ประจำอยู่ที่บริษัท เกิดรายได้ไม่พอใช้กับรายจ่ายที่มี ทำให้มีอันจะต้องขอลาออกจากบริษัทเพื่อไปหาอนาคตที่ดีกว่า ที่เป้นอยู่ (จากการซื้อหวยงวดละเป้น 1,000 แต่เสือกบอกไม่มีตังก์ เวรแท้) แต่เนื่องจากว่าแม่บ้านเป็นบุคลากรชั้นอ๋องที่หาตัวจับยาก และ เป็นแรงงานที่มีตลาดแคบและเฟ้นหามือดีๆ ได้ยากมาก จึงได้มีการเรียกคุยให้ทบทวนเรื่องของการลาออกอีกครั้ง และ ปรับเงินให้พร้อมกับเลื่อนตำแหน่งให้เป็น แม่บ้านบวกโอเปอเรเตอร์ (ที่กว่าจะกดเบอร์ต่อได้ ต้องใส่แว่นหนาๆ แล้วควานหาเบอร์ต่อจากสมุดโทรศัพท์)

สุดยอดเลยเนอะ แม่บ้านบอกเงินเดือนไม่พอใช้ ได้ปรับเงิน เหอๆ (กรุก็ไม่พอใช้นะ ตัดเงินกูจังเลย มาสายนิดสายหน่อย) 

แพร่งที่ 2 : คนทำเงินเดือน
อดีตโอเปอเรเตอร์ ที่ผันตัวเองมาทำงานเป้นคนทำเงินเดือน เนื่องด้วยคนทำงานเดือนคนเก่าลาคลอด แต่ดันทำงานดีผิดคาด ดีทั้งงานด้านโอเปอร์เรเตอร์ และ ทำเงินเดือน จากคนเดิมที่ใช้เวลาเกือบทั้งอาทิตย์ในการทำตัวเลขจ่ายส่งให้บัญชี เหลือ เพียงวันเดียว ทำเอาพี่ๆ บัญชี รักน้องคนนี้มาก เพราะไม่ต้องเหนื่อยตาม เลยทำให้คนทำเงินเดือนคนเก่า หลังจากกลับจากคลอดแล้ว ก็ไปทำหน้าที่ โอเปอเรเตอร์แทน แล้วสุดท้ายก็โดนจ้างออก เพราะมีคนมาทำโอเปอเรเตอร์แทนแล้ว (คนที่คุณก็รู้ว่าใคร...ไอ้คนจากแพร่งที่ 1 นั่นแหละ) ส่วนน้องโอเปอเรเตอร์ที่ผันตัวเองมาทำเงินเดือน ก็ทำงานได้ดี ทั้งเรื่องการตามวันเวลา ขาด ลา มาสาย พูดก็สุภาพ แถมยังออกไอเดียในการต้อนรับลูกค้าจนได้ััรับคำชมจากประธานในหลายๆ ครั้ง

แต่อย่างว่า จุดเริ่มต้นมาจาก โอเปอเรเตอร์ เงินเดือนคงไม่สูงนัก ก็เลยต้องเตรียมหาสิ่งที่ดีกว่า เพื่อให้มีรายได้เพียงพอตามที่ความสามารถที่มี เลยได้บอกกับหัวหน้าไปตรงๆ มีบริษัทอื่นเรียกตัวไปสัมภาษณ์ ถ้าได้งานบางทีอาจจะขอออก แต่จะสอนงานคนที่จะมาทำแทนให้จนเป็น หลังจากนั้น ช่วงบ่ายก็มีประกาศรับตำแหน่งงานคนทำงานเดือนทันที คาดว่าคงจะไม่เข้าใจคำว่า ถ้า..จะ ก็ลงเอยด้วยการลาออกไป

ไม่มีการเรียกคุย ไม่มีการปรับเงิน ประกาศรับใหม่ทันที

กรี๊ด!!!!!!!!! จิงเด่ะ  แล้วทำไมละ แม่บ้าน กับ คนทำเงินเดือนดีๆ ซักคน เค้าใช้อะไรเป้นเกณฑ์ในการพิจารณาว่าใครปรับเพิ่มได้ไม่ได้ มันวัดจากอะไรฟร่ะ  โลกนี้มันเป็นอะไรไปแล้ว

หรือความสำคัญมันต่างกัน อย่างว่าคนทำเงินเดือน มันไม่อยู่ ใน 5ส. นี่นะ สะสาง สะดวก สะอาด สร้างนิสัย สันดาน(บุคคล..เฮงซวย) (ของจริง ส สุดท้ายเป้น สุขลักษณะ นะ อิอิ จะเห็นว่าเกี่ยวกับแม่บ้านเยอะหน่อย) 

ปล. น้องในแผนกบ่นให้ฟังบอกว่า ตอนนี้ผมมีค่าน้อยกว่าคนไขน๊อตประกอบแอร์อีกครับพี่ O_o โห ชีวิตมันเศร้าจัด หลอนจริงๆ ชีิวต 

edit @ 23 Sep 2009 14:14:20 by bons